[x] ปิดการแสดงผล
 สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านต๊ำ
  •   
  
ข้อมูลทะเบียนราษฎร  
 

สารบัญเนื้อหา

            เจ้าบ้าน คือ คนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวในบ้านหลังนั้น ซึ่งการครอบครองนี้อาจจะครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของบ้าน ผู้เช่าบ้าน หรือในฐานะอื่นๆ ก็ได้ คนที่เป็นเจ้าบ้านไม่อยู่ ตาย สูญหาย หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ คนที่ดูแลบ้าน หรือที่อยู่ใน บ้านขณะนั้นเป็นเจ้าบ้าน
 

เจ้าของกรรมสิทธิ์กับเจ้าบ้าน ต่างกันอย่างไร 
            บางท่านอาจเข้าใจผิดว่าเจ้าบ้านหมายถึงเจ้าของบ้าน ซึ่งเจ้าบ้านตามความหมายทะเบียนราษฎรมีจุดประสงค์ เพื่อทำหน้าที่แจ้งต่างๆ เกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎร อาจจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านหรือไม่ก็ได้ การจะดูว่าใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ให้ดูที่หลักฐานการได้มาของกรรมสิทธิ์ เช่น หนังสือสัญญาซื้อขาย หรือพินัยกรรม เป็นต้น

 

หน้าที่ของเจ้าของบ้าน
            กฎหมายทะเบียนราษฎร ได้กำหนดให้เจ้าบ้านมีหน้าที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนในเรื่องต่อไปนี้ หากไม่แจ้งจะถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย คือ
            1. มีคนเกิดในบ้าน
            2. มีคนตายในบ้าน
            3. มีคนย้ายออก - ย้ายเข้ามาบ้านหลังนั้น
            4. มีสิ่งปลูกสร้างบ้านใหม่ หรือรื้อถอน

 

คนที่จะทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน
            โดยปกติแล้ว เมื่อมีการแจ้งต่อนายทะเบียน นายทะเบียนก็จะตรวจสอบดูว่าคนไปแจ้งนั้นเป็นเจ้าบ้านหรือไม่ โดยดูจาก
            1. บัตรประจำตัวประชาชนของคนแจ้ง พร้อมทะเบียนบ้านที่นำไปแสดงว่า คนที่ไปแจ้งมีชื่อในทะเบียนบ้าน และในช่องรายการระบุว่าเป็น"เจ้าบ้าน" หรือไม่
            2. ถ้าไม่ใช่บุคคลตามข้อ 1 ก็จะตรวจดูว่าคนที่ไปแจ้งมีชื่อปรากฏในทะเบียนนั้นหรือไม่ ถ้ามีก็บันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐาน ถึงสาเหตุที่มาแจ้งแทนเจ้าของบ้าน กรณีที่ผู้ที่มีรายชื่อในบ้านเป็นผู้เยาว์ หรือเสมือนไร้ความสามารถให้ผู้ปกครองตามกฎหมาย (บิดา มารดา หรือผู้รับบุตรบุญธรรม) เป็นผู้ทำหน้าที่แทน
            3. ผู้ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านประสงค์จะทำหน้าที่เจ้าบ้านต้องมีหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน
            4. แต่ถ้าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านว่างไม่มีใครมีชื่ออยู่ในบ้าน ให้คนที่ครอบครองดูแลบ้านอยู่ขณะนั้นไปแจ้งต่อนายทะเบียน นายทะเบียนก็จะบันทึกปากคำไว้ และดำเนินการรับแจ้งให้เช่นกัน

 

การมอบหมาย
            กรณีที่มีชื่อรายการในทะเบียนบ้าน ระบุว่าเป็นเจ้าบ้าน ไม่ได้ไปแจ้งด้วยตนเอง หรือไม่ได้ให้คนที่มีชื่อ ในทะเบียน บ้านเดียวกันไปแจ้ง แต่มอบหมายให้บุคคลอื่นไปแจ้งแทน ก็จะต้องให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายนำเอกสารต่อไปนี้ แสดงต่อนายทะเบียนด้วย คือ
            1. บัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน ผู้มอบหมายรับรองสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนไว้ด้วย
            2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง (ผู้รับมอบหมาย)
            3. สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน
            4. หนังสือมอบหมายของเจ้าบ้าน

 

การแจ้งเกิด
            เมื่อมีคนเกิดในบ้านให้เจ้าบ้าน หรือบิดามารดา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียน ผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่เกิดภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิด
            1. ให้แจ้งชื่อตัวของเด็กเกิดใหม่ พร้อมกับการแจ้งเกิด และแจ้งชื่อสกุลด้วย พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็ก
            2. แจ้งวัน เดือน ปี และสถานที่เกิด ถ้ามีหนังสือรับรองการเกิดจากสถานพยาบาล ให้นำมาแสดงด้วย
            3. แจ้งชื่อตัว - ชื่อสกุลบิดา มารดาของเด็ก
            4. แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุลและที่อยู่ของผู้แจ้งการเกิด ตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนที่นำมาแสดง (กรณีผู้แจ้งไม่ใช่บิดา - มารดา)

 

กรณีเมื่อมีคนเกิดนอกบ้าน 
            ให้บิดา หรือมารดา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียน ผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่เกิด หรือแห่งท้องที่ที่พึงได้ใน 15 วันนับแต่วันเกิด หรือในกรณีจำเป็นไม่อาจแจ้งได้ตามกำหนดให้แจ้งภายหลังได้ แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน

 

หลักฐาน
            1. สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน)
            2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา (ถ้ามี)
            3. หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)
            4. หนังสือยินยอมให้บุตรใช้ชื่อสกุลของบิดา (กรณีไม่จดทะเบียนสมรส)
            5. เอกสาร "การแจ้งเกิด" (ต้องไปเอาที่เทศบาลฯ หรือสถานที่พึ่งได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

 

ขั้นตอนการติดต่อ
            1 . ผู้แจ้งยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียน
            2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานกับทะเบียนบ้าน และลงรายการในสูติบัตรทั้ง 3 ตอน แล้วเพิ่มชื่อเด็กในทะเบียน และสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จึงมอบสูติบัตรตอนที่ 1 และสำเนาทะเบียนบ้านให้กับผู้แจ้ง

 

การแจ้งเกิดเกินกำหนด
            เป็นการแจ้งการเกิดเมื่อเวลาผ่านพ้นไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ (15 วัน) ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 

หลักฐาน
            1. สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน)
            2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา (ถ้ามี)
            3. หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)
            4. หนังสือยินยอมให้บุตรใช้ชื่อสกุลของบิดา (กรณีไม่จดทะเบียนสมรส)
            5. เอกสาร "การแจ้งเกิด" (ต้องไปเอาที่เทศบาลฯ หรือสถานที่พึ่งได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

 

ขั้นตอนการติดต่อ
            1. สำเนาทะเบียนบ้าน
            2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานแล้วเปรียบเทียบคดีความผิด และสอบสวนผู้แจ้ง บิดา มารดา ให้ทราบสาเหตุที่ไม่แจ้งการเกิดภายในเวลาที่กำหนด ในกรณีที่บิดาหรือมารดาไม่อาจมาให้ถ้อยคำในการสอบสวนได้ ไม่ว่าจะด้วยกรณีใด นายทะเบียนจะบันทึกถึงสาเหตุดังกล่าวไว้ และนำเสนอนายอำเภออนุมัติออกสูติบัตรต่อไป

 


การแจ้งตาย
            เมื่อมีคนตายในบ้าน ให้เจ้าบ้านเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนตายภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตาย ในกรณีไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพ จะต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาพบศพ เมื่อมีคนตายนอกบ้านให้ผู้ที่ไปกับผู้ตาย หรือผู้พบศพ เป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ตาย หรือพบศพ หรือแห่งท้องที่ที่พึงแจ้งได้ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย หรือพบศพ ในกรณีนี้จะแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจก็ได้
            1. แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ ของผู้ตายตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน หรือบัตรประจำตัวประชาชนที่นำไปแสดง
            2. แจ้งวัน เดือน ปี และสถานที่ที่ตาย พร้อมสาเหตุการตาย ถ้ามีหนังสือรับรองสถานที่ตายจากสถานพยาบาลให้นำไปแสดงด้วย และถ้าทราบชื่อตัว - ชื่อสกุลของบิดา มารดาของผู้ตายให้แจ้งต่อนายทะเบียนด้วย
            3. แจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับศพของผู้ตายด้วยว่า จะเก็บ ฝัง เผา ทำลาย หรือย้ายศพไปไว้ที่ไหน เมื่อไร
            4. แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้แจ้งการตายตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน หรือบัตรประจำตัวประชาชนที่นำมาแสดง

 

หลักฐาน
            1. สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชนผู้ตาย
            2. หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล (ทร. 421)
            3. สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
            4. เอกสาร "การแจ้งตาย" (ต้องไปเอาที่เทศบาลฯ หรือสถานที่พึ่งได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

 

กรณีตายผิดธรรมชาติ
            การตายที่ผิดธรรมชาติ ที่ในบ้าน นอกบ้าน เช่น ถูกฆ่าตาย ตกจากที่สูง อุบัติเหตุ งูกัด เป็นต้น ต้องมีหลักฐานการชันสูตรพลิกศพจากเจ้าหน้าที่ตำรวจการแจ้งตายเกินกำหนด  หมายถึง กรณีคนตายแต่ไม่ได้แจ้งการตายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กรณีนี้ให้ผู้แจ้งการตายยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่มีการตาย หรือพบศพ โดยดำเนินการดังนี้
            1. เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้ว ตรวจสอบคำร้อง และเอกสารที่ผู้แจ้งนำไปแสดง แล้วดำเนินการเปรียบเทียบคดี ความผิดตามกฎหมายกำหนดไว้
            2. สอบสวนสาเหตุจากพยานบุคคล เพื่อให้ทราบถึงวัน เวลา สถานที่ และสาเหตุการตาย และผู้รู้เห็นการตาย ตลอดจนสาเหตุที่ไม่มาแจ้งตายภายในเวลากำหนด
            3. รวบรวมหลักฐาน และพิจารณา เมื่อเห็นว่าเชื่อถือได้ สั่งอนุญาตให้รับแจ้ง และดำเนินการต่อไป
            4. ผู้ใดไม่มาแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตายหรือพบศพ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 

ขั้นตอนการติดต่อ
            1. ผู้แจ้งยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียน เพื่อตรวจสอบและลงรายการในมรณะบัตร
            2.จำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้าน โดยจะประทับคำว่า "ตาย" สีแดงไว้หน้ารายการคนตาย
            3. มอบมรณะบัตรตอนที่ 1 ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนคืนผู้แจ้ง

 

การแจ้งย้ายเข้า
            เมื่อมีผู้ย้ายเข้า หรือย้ายออกให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นย้ายออก โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น
 

หลักฐาน
            1. สำเนาทะเบียนบ้าน ( ฉบับเจ้าบ้าน )
            2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน
            3. หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าบ้าน ( ถ้ามี )
            4. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
            5. ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ( ท.ร.6 ) ตอนที่ 1 และ 2
            6. เอกสาร "การแจ้งย้าย" (ต้องไปเอาที่เทศบาลฯ หรือสถานที่พึ่งได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

 

กรณีที่ใบแจ้งย้ายที่อยู่สูญหาย หรือชำรุด
            ผู้ย้ายเข้าสามารถขอใบแทนได้ที่นายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ออกใบแจ้งการย้ายที่อยู่ โดยยื่นคำร้องพร้อมสำเนาการแจ้งความประกอบเรื่อง หรือนำใบแจ้งย้ายที่อยู่ซึ่งชำรุดไปแสดง

 

ขั้นตอนการติดต่อ
            1. ยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่ที่จะย้ายเข้า
            2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และรายการใบแจ้งการย้ายที่อยู่และเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน)โดยตรวจสอบรายการให้ถูกต้องตรงกัน และมอบสำเนาทะเบียนบ้าน และหลักฐานคืนให้ผู้แจ้ง

 



การแจ้งย้ายออก
            เมื่อมีผู้ย้ายเข้า หรือย้ายออกให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นย้ายออก โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น
 

หลักฐาน
            1. สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน)
            2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน (กรณีย้ายบุคคลในบ้านออก)
            3. หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าบ้าน (ถ้ามี)
            4. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีมอบอำนาจ)
            5. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ย้ายที่อยู่ กรณีแจ้งย้ายที่อยู่ของตนเอง ทั้งนี้ผู้ย้ายที่อยู่สามารถร้องขอทำหน้าที่เจ้าบ้าน เพื่อแจ้งย้ายที่อยู่ของตนเองได้
            6. เอกสาร "การแจ้งย้าย" (ต้องไปเอาที่เทศบาลฯ หรือสถานที่พึ่งได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

 

ขั้นตอนการติดต่อ
            1. ยื่นเรื่องต่อนายทะเบียนท้องที่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ( ถึงแม้ว่าเจ้าของบ้านไม่สามารถไปแจ้งย้ายออกให้ได้ ผู้ที่มีชื่ออยู่สามารถขอทำหน้าที่เจ้าบ้านเพื่อย้ายชื่อตนเองออกได้ )
            2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และรายการบุคคลที่จะย้ายออกลงรายการในใบแจ้งการย้ายที่อยู่ และจำหน่ายรายการบุคคล ที่ย้ายออกในทะเบียนบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) โดยจะประทับคำว่า “ย้าย” สีน้ำเงินไว้หน้ารายการ และระบุว่าย้ายไปที่ใด
            3.นายทะเบียนมอบหลักฐานการแจ้งคืนผู้แจ้งพร้อมทั้งใบแจ้งการย้ายที่อยู่ตอนที่ 1 และ 2 เพื่อนำไปแจ้งย้ายเข้าต่อไป

การแจ้งย้ายปลายทางโดยอัตโนมัติ
            ผู้ที่ย้ายที่อยู่ สามารถไปแจ้งย้ายออก และย้ายเข้า ณ สำนักทะเบียนแห่งที่อยู่ใหม่ โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้านเดิม ทั้งนี้ผู้ย้ายที่อยู่ควรเป็นผู้แจ้งย้ายด้วยตนเอง

 

หลักฐาน
            1. สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) ของบ้านที่จะย้ายเข้า
            2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน ที่จะย้ายไปอยู่ใหม่ พร้อมคำยินยอมเป็นหนังสือ เจ้าบ้าน
            3. บัตรประจำตัวประชาขน
            4. เอกสาร "การแจ้งย้ายปลายทาง" (ต้องไปเอาที่เทศบาลฯ หรือสถานที่พึ่งได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด) 

 

ขั้นตอนการติดต่อ
            1. ยื่นหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่ที่จะย้ายเข้า
            2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และลงรายการในใบแจ้งการย้ายที่อยู่ โดยให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อ ในช่องผู้แจ้งย้ายออก และช่องผู้แจ้งย้ายเข้าสำหรับช่องเจ้าบ้านผู้ยินยอมให้ย้ายเข้าให้เขียนชื่อ-สกุลตัวบรรจง และเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
            3. ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 15 วัน (สำนักทะเบียนที่ยังไม่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์)
            4. ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 10 นาที (สำนักทะเบียนที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์)

 

กรณีที่การแจ้งย้ายออก - ย้ายเข้าเกินกำหนด
            เมื่อมีคนในบ้านย้ายออก - ย้ายเข้า เจ้าบ้านไม่แจ้งย้ายภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคนย้ายออก - ย้ายเข้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

การขอมีบัตรประจำตัวประชาชน

(กรณีขอมีบัตรครั้งแรก)
            1. ผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ต้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชน หากไม่มาขอมีบัตรภายใน 60 วัน จะ ถูก ปรับไม่เกิน 500 บาท
            2. ยื่นคำขอที่อำเภอ กิ่งอำเภอ เขต หรือเทศบาล ที่ตนเองมีชื่อในทะเบียนบ้าน
            3. ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด

 

หลักฐาน
            1. สำเนาทะเบียนบ้าน
            2. แสดงหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบเกิด ใบสุทธิ เพื่อแสดงว่าเป็นบุคคลเดียวกับผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน
            3. กรณีเป็นบุตรบุคคลต่างด้าว ต้องมีหนังสือสำคัญประจำตัวบุคคลต่างด้าวของบิดา และมารดาแสดงด้วย
            4. กรณีไม่มีหลักฐานตามข้อ 2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือมารับรอง
            5. เอกสาร "ขอทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรก " (ต้องไปเอาที่เทศบาลฯ หรือสถานที่พึ่งได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

 

ขั้นตอนการติดต่อ
            1. ยื่นหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่ที่จะทำบัตรประชาชน "ครั้งแรก"
            2.นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และลงรายการในใบทำบัตรประชาชน "ครั้งแรก" โดยให้ผู้ทำบัตรลงลายมือชื่อ ในช่อง ทำบัตรประชาชน เจ้าบ้านผู้ยินยอมให้ทำบัตร และเปลี่ยนคำนำหน้า (โดยเฉพาะผู้หญิง จาก เด็กหญิง เป็น นางสาว) โดยจะต้องเขียนชื่อ-สกุลตัวบรรจง และเสียค่าธรรมเนียม 5 บาท
            3.ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 15 วัน (สำนักทะเบียนที่ยังไม่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์)
            4.ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 10 นาที (สำนักทะเบียนที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์)

 

(กรณีทำบัตรเดิมหาย, ชำรุด)
            1. กรณีที่ทำบัตรหาย, ชำรุด, เปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล หรือบุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประชาชนมาขอ ทำบัตร เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท
            2. บัตรหมดอายุ ไม่เก็บค่าธรรมเนียม แต่ถ้าบัตรหมดอายุเกิด 60 วันจะต้องถูกปรับ 30 บาท
            3. สามารถไปขอยื่นคำขอได้ที่อำเภอ กิ่งอำเภอ เขต หรือเทศบาล ที่ตนเองมีชื่อทะเบียนอยู่

 

หลักฐาน
            1. ให้นำทะเบียนบ้าน, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่ได้ถ่ายเอกสารเก็บไว้
            2. พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือ เช่น กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน หรือข้าราชการ
ขั้นตอนการติดต่อ
            1.ยื่นเอกสารหลักต่อ เจ้าหน้าที่บริเวณโต๊ะรับคำร้อง
            2. รับบัตรคิว
            3. แจ้งความบัตรหาย ณ อำเภอ กิ่งอำเภอ เขต หรือเทศบาล ที่ตนเองมีชื่อทะเบียนอยู่


การขอหมายเลขประจำบ้าน
            ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งเพื่อขอหมายเลขประจำบ้านภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ที่สร้างเสร็จ บ้านที่จะขอเลขที่จะต้องมีลักษณะเป็นบ้านสามารถอยู่อาศัย ได้
 

หลักฐาน
            1. บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
            2. สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอหมายเลข และผู้แจ้ง
            3. ใบอนุญาตก่อสร้าง (ถ้ามี)
            4. หนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน (ถ้ามี) พร้อมสำเนาภาพถ่าย บัตรประจำตัวประชาชน และหลักฐานแสดงว่าเป็นเจ้าของที่ดิน
            5. บัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน ในฐานะผู้มอบหมาย ให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน (หากเป็นนิติบุคคลจะต้องมีหนังสือรับรอง บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วย
            6. แบบแปลนการก่อสร้าง (ถ้ามี) พร้อมหนังสือรายงานการตรวจสภาพบ้าน ว่าได้ปลูกสร้างบ้านเสร็จ จากกองช่าง (ผ.ท.9)
            7. เอกสาร "ขอหมายเลขประจำบ้าน" (ต้องไปเอาที่เทศบาลฯ)

 

ขั้นตอนการติดต่อ
            1. ยื่นหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่ที่จะขอหมายเลขประจำบ้าน
            2. นายทะเบียนจะตรวจสอบหลักฐาน และลงรายการในการขอหมายเลขประจำบ้าน โดยให้ผู้ขอลงลายมือชื่อในคำขอ พร้อมเอกสารที่เตรียมมาทั้งหมด
            3. นายทะเบียนจะให้ใบนัดตรวจสภาพบ้าน
            4. ระยะเวลาโดยประมาณ 10 นาที ไม่รวมเวลานัดตรวจสภาพบ้าน, บ้านเลขที่ ข้างเคียง

 

การตรวจ คัด และรับรอง สำเนารายการทะเบียนราษฎร
            ผู้ที่มีส่วนได้เสียตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535 หมายถึง
            1. เจ้าบ้าน
            2. ผู้ที่มีรายชื่อปรากฏในเอกสารที่จะขอตรวจ หรือคัดและรับรองสำเนา
            3. บุคคล หรือนิติบุคคล ที่มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับเอกสารทะเบียนราษฎร ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม

 

หลักฐาน
            1. บัตรประจำตัวประชาชนผู้ที่มีส่วนได้เสีย
            2. หากผู้ร้องเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียทางอ้อม นายทะเบียนจะสอบสวนบันทึกปากคำ เพื่อยืนยันความเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบทางอาญา ถ้าเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้เสีย ก็ไม่จำเป็นต้องสอบสวนแต่อย่างใด
            3. เอกสาร "การตรวจ คัด และรับรอง สำเนารายการทะเบียนราษฎร" (ต้องไปเอาที่เทศบาลฯ หรือสถานที่พึ่งได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

 

ขั้นตอนการติดต่อ
            1. ยื่นหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่ที่จะขอเอกสารการตรวจ คัด และรับรอง สำเนา รายการทะเบียนราษฎร
            2. นายทะเบียนจะตรวจสอบหลักฐาน และลงรายการในการขอเอกสาร โดยให้ผู้ขอลงลายมือชื่อในคำขอ พร้อมเอกสารที่เตรียมมาทั้งหมด
            3. ระยะเวลาโดยประมาณ 10 นาที อัตราค่าธรรมเนียม
                        - คัด และรับรองสำเนา รายการข้อมูลทะเบียนราษฎร 20 บาท
                        - คัด และรับรองสำเนารายการในทะเบียนบ้าน 10 บาท
                        - คัดทะเบียนแทนฉบับเดิมที่สูญหาย, ชำรุด 10 บาท





ติดต่อ: สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านต๊ำ เลขที่ 5 หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา 56000

โทร. 0 5488 8345-6 โทรสาร. 0 5488 8345-6 E-mail: info@bantamlocal.go.th
Copyright@2013. All Rights Reserved.
info@bantamlocal.go.th